ยาไม่ชา

ตั้งชื่อเรื่องเปิดเผยตอนจบซะงั้น…

เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เดินเข้าร้านขายยาเพื่อซื้อยาชา !

ที่ร้านเพชรรัตน์ ข้างศิริราช ไถ่ถามว่า จะเอายาชาไปทำอะไร ทาก่อนสักหรอ?

เราก็ตอบอย่างอ้อมแอ้มเหนียมอายว่า เอาไปทำเล็บ… อ้อ ถอดเล็บ (คนขายยาสรุปให้)

เออ… ฟังดูสมเหตุสมผลดี

……..

บ่ายวันนี้ นัดแนะกับแม่แล้ว ว่าเราจะลงมือกัน หลังจากเตรียมการมาหลายวัน

ฉันประโคมยาชาลงไปที่หัวแม่เท้า พร้อมๆ กับเสียงน้องคนกลางตะโกนถามตามประสาเด็กวิทย์ว่า ไม่ลองเทสต์ก่อน ว่าต้องใช้เยอะแค่ไหน รอกี่นาทีชา…

ฉันแอบลังเล แต่กลัวว่าแม่จะไม่มีเวลา เอาวะลงมือเลย ไม่ต้องเทสต์ไรแล้ว

เรารอให้ยาชาออกฤทธิ์กว่า 10 นาที จิ้มๆ หยิกๆ บริเวณที่ทา แต่ก็ยังรู้สึกรู้สาตามปกติ

มา… พร้อมแล้ว

เสียงแม่อย่างกะเพชรฆาตจะมาคร่าชีวิต ก็ไม่ปาน…

เดี๋ยว…ยาชายังไม่ออกฤทธิ์ ฉันอ้อนวอน แต่ไม่เป็นผล

แม่นั่งลงตรงหน้า จับปลายเท้าฉันไว้แน่น แล้วดึงเข้าหาตัว พร้อมรำพันว่า…

ทำเล็บมาก็นาน เพิ่งจะเจอวันนี้แหละ… ทายาชาก่อนแงะเล็บขบ พูดไปก็ขำไป แต่เจ้าของเท้าขำไม่ออก ได้แต่หลับตาปี๋ ไม่อยากรู้ชะตากรรม

นิ้วหัวแม่เท้าเจ้ากรรมนี่ก็ช่าง… จู่ๆ ก็เจ็บ กว่าจะรู้ว่าคือเล็บขบ ก็ช้ำเลือดช้ำหนองไปถึงไหนต่อไหน ถึงขั้นบวมกันเลย

ทีแรกพยายามแงะเอง เพราะเกรงใจแม่ แต่การก้มส่องนิ้วเท้าตัวเองในท่าต่างๆ นั้นมันยากเย็นเหลือเกิน เพราะไขมันส่วนเกินที่พุงมันค้ำอยู่ T__T

ท้ายที่สุดก็ต้องพึ่งแม่… มือวางอันดับหนึ่งของตำบล ในการกำจัดเล็บขบ

โอ๊ย…ยยย อูย…ยยย เสียงฉันร้องออกมา เมื่ออุปกรณ์ตัดแงะงัดปลายแหลมของแม่แทรกเข้าจุดเกิดเหตุ

ทำไมเจ็บงี้… ยาชาไม่ออกฤทธิ์ หรือหนังเท้าหนาไป หรืออะไรวะเนี่ย ลงทุนซื้อมาเกือบ 400 บาท ดีนะไม่เลือกกล่อง 600 หรือ 600 จะดีกว่า… พยายามเฉไฉไปคิดเรื่องอื่น แต่ไม่เป็นผล

ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นตรงปลายเท้าส่งสัญญาณความจี๊ดมาที่สมองเป็นระยะๆ

เลือดซึมออกมาจากซอกเล็บ น้ำตาก็เล็ดออกมาด้วย กว่าจะจัดการกับต้นเหตุทำเล็บขบสำเร็จ มันช่างเป็นนาทีที่ยาวนาน

แม่ปิดจ็อบด้วยการล้างแผล และโปะเบตาดีนให้ ปากฉันก็รำพันเสียดายตังค์ค่ายาชา ทำไมไม่ชา

แต่แม่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วบอกว่า โชคดีที่มียาชา ไม่งั้นแกร้องลั่นบ้านกว่านี้แน่ …

แม่คิดว่ายาชาออกฤทธิ์ แต่เพราะมันเป็นครีม เลยไม่ชาจนไร้ความรู้สึก …

แต่สำหรับฉัน มันคือไม่ออกฤทธิ์ เพราะมันทำให้รู้สึกเจ็บ… ไม่น้อย ╯.╰